ตามเส้นทางการเกษตรที่เชียงแสน เชียงของ แม่สาย
posted on 20 Sep 2008 14:26 by nonk78 in Trip
ลืมอัพเอนทรี่เรื่องไปเที่ยวมานานแล้วคับ งวดนี้มาอัพเอนทรีปนวิชาการนิดๆ กับการเดินทางสำรวจเส้นทางการเกษตรเชิงเที่ยวเชียงราย ดีกว่าคับ
การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางไปทำโปรเจคการเกษตรให้บริษัทที่ผมไปรับจ๊อบมาคับ ที่สำคัญเป็นโปรเจคที่ลอยอยู่บนกระดาษได้สุดๆ เลยคับ ก็เรื่องงานเกษตรเป็นเรื่องที่ยากนะคับ หากใครไม่รู้เรื่องของงานเกษตรจะไม่รู้เลยคับว่าทำไมมันยากกว่ากิจการอื่นๆ ไม่เหมือนธุรกิจการผลิต อุปโภค บริโภคทั่วไปคับ ความยากของธุรกิจนี้คือ สินค้าเกษตรเป็นสินค้าเน่าเสียง่าย มีผลผลิตตามฤดูกาล คาดการณ์ความต้องการไม่ได้ชัดเจน ที่สำคัญราคาไม่เคยนิ่ง ทำแล้วจะเจ๊งไหมหว่า แต่ว่าเรื่องยากนี่แหละเป็นเรื่องที่น่าลงทุนสุด เพราะยิ่งเสี่ยงยิ่งได้กำไรสูง
บริษัทเจ้ากรรมเลยอยากหาโอกาสทางธุรกิจนี้คับ เลยเป็นสาเหตุให้การเดินทางรอบนี้เป็นการเดินทางที่สบายสุดๆ มีคนต้อนรับตลอดเวลา นอนที่อิมพีเรียล Golden Triangle อีกต่างหาก (มีที่เดียว ไม่รู้จะไปนอนที่ไหน) เพราะพี่ที่ไปด้วยกันปฏิบัติภาระกิจในฐานะอาจารย์คับ เลยถูกต้อนรับอย่างดีเยี่ยมเลยคับ เวลาที่เราไปเดินทางหลักใหญ่เน้นไปที่แหล่งผลิต เส้นทางการเดินทางและตลาดปลายทางเป็นหลักครับ รู้สึกเหมือนรายการกบนอกกะลายังไงไม่รู้แฮ่ะ
เส้นทางการเดินทางสินค้าจึนส่วนใหญ่มีสองเส้นทางหลักๆนะคับ (จริงๆ มีมากกว่านี้นะคับ)
- เส้นทางแรกเป็นเส้นทางทางน้ำคับ มาจากทางจีนตอนใต้ เพื่อขนสินค้าจีนออกมาผ่านทางเมียนมาร์ ลาวและไทย คับ เพราะถ้าขนสินค้าออกทางด้านจีนตะวันออกจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามากคับ เส้นทางตรงนี้จุดปล่อยออกมักเป็นที่เชียงแสน (ปริมาณเยอะสุด) หรือไม่ก็เชียงของ (อันนี้ไม่เยอะคับ) สินค้าส่วนใหญ่มักเป็นสินค้าจำพวกผักและผลไม้คับ
- เส้นทางสองเป็นเส้นทางทางบกคับ มาจากจีนเหมือนกันคับ แต่คนละฝั่งคับ ที่ต้องขนส่งทางบกแทนเพราะไม่มีน้ำให้ล่องคับ ปลายทางที่จะมาออกฝั่งไทยคือแถวแม่สายคับ สินค้าส่วนใหญ่มักเป็นสินค้าแห้งคับจำพวกหอม กระเทียม และผลไม้ที่เน่ายากนิดหนึ่งคับ
ผมลองมานั่งคิดดูเล่นๆ นะคับว่าตกลงเราได้อะไรบ้างจากการให้สินค้าจากจีนผ่านไทยบ้างเนี่ยะ เพราะสินค้าจะออกไปประเทศอื่นไม่ได้เลยถ้าไม่ผ่านเส้นเรา เพราะไทยมี facilities ครบทุกอย่าง ออกท่าเรือได้รวดเร็วกว่าเส้นอื่นด้วย ถ้าเราคิดว่าให้สินค้าผ่านได้ สงสัยมีอย่างเดียวที่ไทยได้คับ คือไทยได้ถนนพังเร็วขึ้นมั้งคับ ถ้าเราไม่คิดเพิ่ม value added สินค้าเนี่ยะ
ช่วงที่ผ่านไปแม่สายได้แวะไปเมียนมาร์ด้วยคับ หลังจากไม่ได้ข้ามไปนานมาแล้วคับ เก็บรูปไร้สาระมากฝาก แถมถ่ายรูปชเวดากองมาด้วยคับ งงเหมือนกันว่าทำไมมีชเวดากองที่นี่ด้วยหรอ เพราะตุ๊กตุ๊กที่นี้ก็บอกว่าไปไหม เลยไปซะเลย มาถึงบางอ้อคับว่า ตุณลุงก็ไม่ได้โกหกคับ เพราะเป็นชเวดากององค์จำลองคับ
การเดินทางครั้งที่เพิ่งรู้ว่า คนไทยเราเสียเปรียบและด้อยค่าไปเยอะเลย สงสัยมั่วแต่กำลังทะเลาะกันอยู่มั้งจนลืมพัฒนาตัวเองไป สินค้าการเกษตรของเราทุกวันนี้ที่บอกว่าผลิตที่เมืองเหนือ เดี๋ยวนี้โดนจีนตีตลาดเกือบหมดแล้วครับ คิดดูต้นทุนการผลิตของเขาก็ถูก ค่าขนส่งตอนขาล่องลงมาใช้เวลาเร็วมาก ไม่เกิน 18 ชั่วโมงจาก กู่เลิ่ย ลงมาที่เชียงแสน แถมใช้ความรู้แบบบ้านๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมีห้องเย็นในการขนส่ง เพราะขนของช่วงเย็น เพื่อถึงเช้าที่เมืองไทย แถมในกล่องทำน้ำแข็งแบบไม่ให้เปียกสำหรับผัก โดยใช้ขวด PET ใส่น้ำในแม่น้ำแล้วทำให้มันน้ำแข็งเอง ประหยัดสุดๆ
ที่สำคัญเขาไม่ได้ใช้ความรู้และต้นทุนที่ผลิตถูกอย่างเดียว เขามองไกลสุดๆ เพราะสมัยก่อน เมื่อส่งผักกับผลไม้ที่เมืองไทยเสร็จ ต้องขนลำไยกลับ แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปแล้ว โดยขนเครื่องจักรทำลำไยอบแห้งมาเลย อึ้งไปเลยคับ... คิดได้ไงเนี่ยะ

ท้ายที่สุด รู้สึกเหมือนโดนข่มยังไงไม่รู้ เดี๋ยวนี้จีนไม่รับลำไยอบแห้งกลับไปจีนผ่านทางเส้นนี้แล้วนะ เขาทำลำไยอบแห้งที่ไทย ด้วยคนจีนลงทุนเครื่องจักร ด้วยเงินจีน แล้วไปขายที่จีนตอนบนแทน เพราะต้นทุนไทยถูกกว่าและดีกว่า แถมที่สำคัญใช้ไทยเป็นเส้นทางผ่านรถยนต์ไป พม่ากับลาวงะ เหมือนรถยนต์นุ่งโสร่งเลยแฮะ
คิดไปคิดมา สงสัยถ้าคนไทยไม่คิดทำอะไรมากกว่านี้ คงโดนประเทศอื่นกอบโกยรายได้หมดเลย คิดแล้วหนาววววววว


