ว่าจะพยายามไม่เขียน entry ไร้สาระของตัวเองเกี่ยวกับเรื่องของชีวิตที่ลมเพลมพัด ทั้งพัดเข้าพัดออก ก็กลับต้องมาเขียนอีกรอบ เพราะมีเรื่องให้คิดจากการไปงานแต่งงานของเพื่อนสมัยเรียนตอน ม.ปลายเมื่อวานนี้  แถมยังถือโอกาสเป็นการรวมรุ่นวัยทีนอีกสักรอบ หลังจากร้างมือไปนานเกือบ ปีฟ่าๆ แต่เพราะว่ามีเรื่องคุยที่มากมายบานตะเกียง จะเขียน entry ที่ตั้งแต่เมื่อคืนก็ไม่ไหว เพราะง่วง.... เลยต้องมาอัพตอนบ่ายวันนี้แทน

ลืมบอกไปว่า จริงๆ แม้ว่าจะไม่ได้นัดเจอกันบ่อย แต่ก็เจอกันทาง เอ็มฯ ซะเยอะ แต่ไม่ค่อยได้คุยเรื่องต่างๆ นานาสักเท่าไหร่หรอก แต่เมื่อวานเป็นครั้งที่พวกเราได้คุยกันยาวนานกว่า 4 ชั่วโมง ประมาณยืมใช้สถานที่งานแต่งงานของเพื่อน มาเป็นที่จัดงาน Reunion ซะเลย 

ประโยคคำถามแรกที่ทุกคนถูกถามไม่พ้น

- เฮ้ย เป็นไงบ้างฟะ ไม่เจอกันตั้งนานทำไรกันอยู่

- งานที่พวกเราทำเป็นยังไงกันบ้าง โอเชปล่าว

- เมื่อไรจะมีข่าวดีกันบ้างฟะ (ประมาณว่า เพื่อนๆ ผู้หญิงเริ่มชิงแต่งงานไปเกือบครึ่งห้อง แต่พวกผู้ชายเพิ่งจะเริ่มไปแค่ 3 คน)

- ตอนนี้ วางแนวของตัวเองอย่างไรบ้าง จะรัน business กันอย่างไร ( ประมาณว่า เริ่มแก่กันแล้ว เลยต้อง plan กันบ้างเล็กน้อย)

พวกเราได้คุยกันยาวนาน โคตรๆ จนกระทั่งงานจบแล้ว ถึงเวลาที่โรงแรมต้องไล่แขกให้กลับได้แล้ว ก็ยังทนนั่งไปเรื่อยๆ ประมาณว่าไม่มาไล่ถึงที่ ก็ไม่ลุกหรอก แถมเจ้าบ่าว ยังมาร่วมแจมคุยอีกต่างหาก (ตกลงมางานแต่งงานตู แล้วยังมาชวนตูสังสรรค์งานร่วมรุ่นอีกต่างหาก)

.....ทำให้ผมเริ่มรู้สึกตัวว่า เรากำลังเริ่มเรื่องบางเรื่องช้าเกินไปหรือปล่าว  แถมพาลทำให้เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับตื่นตลอดทั้งคืน แถมช่วงนี้ก็ประดังประเดมีเรื่องให้คิดเยอะไปหมด กำลังเริ่มคิดอยู่ว่า หากยังเป็นแบบนี้อาจต้องได้กินยาให้นอนหลับอีกแล้ว

เรื่องบางเรื่องที่เริ่มคิดช้าไปมีหลายเรื่อง ตั้งแต่

- ทำไมเรายังมานั่งเล่นลอยชายกับงานที่ไม่ค่อยมีคุณค่า ทำแล้วไม่ค่อยมีคนสนใจ แล้วเมื่อไหร่เราจะโตขึ้นฟะ

- ทำไมเราไม่รู้จักจัดการเรื่องส่วนตัว รวมทั้งเรื่องการต่อรองเรื่องเงินเดือนตัวเองให้ดีกว่านี้ ทั้งที่เราทำงานหนักโคตรๆ มีแต่คนบอกเราว่าเราเป็นพวกเกรด A แต่เงินที่ตัวเองได้เพิ่มก็ไม่แตกต่างจากคนอื่นที่ได้เกรด B C ด้วยซ้ำ

- ทำไมเราทำงานให้บริษัทให้ตั้งเยอะแยะ แต่เวลาไปไหนเรากลับต้องควักกระเป๋าของตัวเองจ่าย ทั้งๆ ที่ทำเพื่อบริษัท แถมเจ้านายยังมาจู้จี้จุกจิกว่าต้องทำอย่างนู้นอย่างนี้ เหมือนกับไม่เคยไว้ใจ

- ทำไมไม่รู้จักสร้าง business ของตัวเอง และยืนด้วยขาของตัวเองบ้างวะ เพราะเพื่อนๆ หลายคน เริ่มทำ ตั้งแต่ทำบริษัทเกม บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ บริษัทด้านการทำ IT กันแล้ว ขณะที่เราเองก็มีงานพวกนี้ทำเหมือนกันแต่ไม่ทำให้เป็นกิจลักษณะ  หรือเพราะว่าเราคิดว่าทำเอามันส์ส์...อย่างเดียว

- ทำไมไม่รู้จักสร้างสายป่านระยะยาว หรือสร้าง relationship ให้เพิ่มขึ้น ทั้งๆ ที่เราก็สามารถสร้างได้ง่ายๆ

- ทำไมไม่ค่อยคิดถึงเรื่องในอนาคตที่จะโตขึ้น หรือสร้าง career path ของตนเองทั้งๆ ที่เราก็ได้เปรียบในหลายๆ เรื่อง

- ทำไมเราพยายามแต่สิ่งที่ดีๆ คิดแต่เรื่องดีๆ ไม่เคยคิดเบียดเบียนใคร แต่ทำไมไม่มีใครรู้ หรือต้องให้เราบอกหรือ

 

และท้ายสุดทำไมเราไม่รู้จัด Work Life Balance บ้างวะ

เครียดๆๆๆๆ ขนาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาไปวัดแล้วยังไม่ได้อะไรกลับมาเลยหรือ  สงสัยเราต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงชีวิตอีกแล้ว แต่ผมจะเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างไรดี อืมมมมมมมม.....................................

อืม............................

อืม....................

อืม...........

 

edit @ 25 Feb 2008 13:04:44 by ตุ๊กตาช่างปั้น

Comment

Comment:

Tweet

โหน่งเป็นคนเก่ง เป็นคนมีความสามารถครับ พี่เชื่อว่าถ้าเมื่อไหร่โหน่งทำสิ่งที่อยากทำข้างต้นแล้ว โหน่งจะทำได้ดี

พี่เป้นห่วงแค่เรื่องโหน่งชอบทำไรหลายๆอย่างพร้อมกัน มันจะทำให้โหน่งเหนื่อยมากคับ

ดูๆไปไม่เห็นมีเรื่องจะแต่งงานเลยอะ ลืมเรื่องนี้ไปป่าว เพื่อนๆแต่งกันเยอะแล้วนะ 555

#4 By zero (58.64.55.209) on 2008-03-01 09:38

ไม่มีอะไรสายเกินไปหรอกนะครับ ผมว่าดีซะอีกที่คุณรู้ตัวแล้ว เพราะอย่างน้อยคุณก็มองเห็นสิ่งที่คุณอยาก หรือ ควรทำ เริ่มวันนี้คงไม่สายเกินไปหรอกครับbig smile

ผมว่ามันไม่แปลกหรอกที่เราจะมองและแก้ปัญหาคนอื่นได้ดีกว่า
ปัญหาของตัวเองซะส่วนมาก ประมาณเพลงของไอซ์ ศรันยู (สะกดถูกป่าวหว่า)
ลองคิดว่าถ้ามองจากตัวเรามันก็จะเป็น first person view (อย่าง เค้าเต้อ)คือมองเห็นแค่ข้างหน้าเรา แต่จากมุมมองคนอื่น เราจะกลายเป็นบุคคลที่สองหรือสาม ประมานเกมแบบ third person view(อย่างไบโฮ)

ผมเองก็คงมองปัญหาตัวเองไม่ค่อยออก ทั้งๆที่พอคนอื่นบอกปุ๊บ เราก็ อ๋อ เลย

ยังไงก็พยายามเข้านะครับ
โทษทีครับที่มาเขียนบ่นให้เพื่อนๆ ฟังกันครับ บังเอิญช่วงนี้อยู่ในภาวะที่ผมต้องพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองในหลายๆด้าน ตั้งแต่แนวคิดในการทำงานให้สอดคล้องกับความเป็นจริง หัดมองให้เห็นเป็นธุรกิจและคิดไกลขึ้น

.. เพราะแต่เดิม ผมมัวแต่มองโลกด้านดีจนเกินไป ช่วยคนนู้นคนเนี่ย แต่กลับช่วยตัวเองไม่ได้ angry smile
sad smile แหม๊...ใครเอากระจกมาวางตรงนี้คะเนี่ย

ยังไม่เริ่มอะไรเหมือนกัน

แต่ไม่เอาค่ะ ไม่เครียดนะ ถ้าวันนี้เรายังมีมีความสุข นั่นก็เพียงพอแล้วค่ะ confused smile

อย่าไปเปรียบเทียบ ชีวิตใครชีวิตมัน เพื่อนเราอาจจะมีหัวธุรกิจ อาจบ้าเกมส์ อาจตั้งบริษัทกันได้ ก็จริงอยู่ แต่..เราไม่รู้หรอกค่ะว่าเค้าต้อง "แลก" กับอะไรไปบ้าง บางทีอาจจะแลกกับ "เวลา" และ "ความสุข" ก็ได้นะคะdouble wink

#1 By Art VS. Ying on 2008-02-25 22:21