และแล้ว...สิ่งที่ไม่อยากจะให้เป็นก็กลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งจนได้ กับความรักและความตั้งใจที่มอบให้กับคนนี้ ด้วยหวังว่าจะไม่ต้องไม่เกิดซ้ำรอยกับครั้งก่อนๆ  เพราะที่ไม่เคยที่จะพูดคำว่าเป็น แฟน หรือคนรู้ใจคนนึงที่อยู่ข้างๆ เธอสักครั้ง 

จิตสับสนตั้งแต่วันศุกร์ก่อนที่เพื่อนรักเล่าเรื่อง คนสนิทคนที่สอง หรือที่คนอื่นนิยามว่า แฟน ว่า..เค้าเอ่ยปากบอกกับเพื่อนผม ว่าผมเป็นคนอย่างไรและมีข้อเสียอะไร ก็พรั่งพรูออกมา  แต่ทำไมเพื่อนผมไม่บอกผมละ และปิดเงียบงันมานาน 

 

ปีกว่าที่ผมไม่ได้รู้เรื่องราว ว่าผมผิดอะไร ก็มารู้เพราะผมบอกกับเพื่อนผมว่า ..ผมกำลังจะมีความรักให้กับคนสนิทคนใหม่ เขาจึงบอกผม กับเหตุผลที่เธอนิยามง่ายว่า เพราะผมเป็นคนที่จืดชืดกับความรักมากจนเกินไป หรือง่ายๆว่าด้านชาที่จะบอกเค้าว่าเป็นแฟน หรือแม้กระทั่งทำตลกโปกฮาเหมือนที่ผู้ชายหลายๆคนเขาทำกัน  ทำไมหรอที่ผู้ชายทุกคนจะต้องตลกและมีอารมณ์ขัน แล้วจริงๆ แล้วผู้หญิงจะต้องชอบผู้ชายที่มีสีสันด้วยหรือ ก็เพราะใจที่ไม่กล้าพอที่จะพูดกับเค้า  ด้วยเพราะปากที่เอ่ยว่าเรายังไม่พร้อม ทำให้เส้นดายบางๆ ที่เชื่อมระหว่างนิ้วนางที่เชื่อมต่อระหว่างหัวใจของคนทั้งสองต้องขาดลง และจากลาโดยไม่บอกกล่าวด้วยตัวเองแต่ฝากคนอื่นมาบอกกับผม 

กับความรักครั้งใหม่ที่ผมพยายามแก้ไขข้อบกพร่องที่เคยมี พยายามที่จะรวบรวมความกล้าที่จะขอเธอเป็นแฟนตรงๆ ซึ่งเพื่อนๆ หลายคนบอกว่า มึงต้องทำให้ได้ ก็ได้ทำ

 ...... แต่อาจไม่ได้สวยหรูว่าจะต้องขอเธอเป็นแฟนในร้านหรูๆ  เพราะผมยังติดอยู่กับ สิ่งที่ไม่กล้าที่จะพูด หรือเพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน  แต่ในที่สุด ผมก็ขอเธอเป็นแฟนในตอนเดินมาส่งเธอขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อกลับบ้าน แม้จะดูแปลกๆ เหมือนคนบ้าๆ ที่บอกเป็นแฟนในบรรยากาศที่ไม่น่าจะพิศมัยสักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เธอตอบว่า เธอคบเราและคนอื่นด้วยเหมือนกัน แต่ไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเป็นอย่างไร นั่นก็เป็นสิ่งที่ให้กำลังใจผมในเสี้ยวนึงแม้จะต้องแก่งแย่ง  มันเป็นเพียงแค่น้ำผึ้งเพียงหยดเดียวที่ผ่านลิ้นของเราให้ได้รับรู้ ก็ทำให้เราตั้งใจที่จะต่อสู้เพื่อแลกมาซึ่งความหวังบางอย่าง อย่างเต็มที่  

 

เวลากว่า 2 อาทิตย์ที่รับรู้และมีความหวังกับสิ่งที่ผ่านมากับคนที่สาม ถูกนำมาปนกับเรื่องแฟนคนที่สอง นา ซึ่งเป็นคนที่ผมอยากอยู่ใกล้มากที่สุด และเป็นคู่ชีวิตหนึ่งของหัวใจ ทำให้ใจที่ร่าวร้อน อยากให้เรื่องหลายๆ อย่างเป็นภาพขาวหรือดำอย่างชัดเจน ก็ต้องเริ่มขึ้น ใจคิดว่าวันนี้จะต้องถามเหมือนกันว่า ตอนนี้เธอตัดสินใจหรือยังว่าอยากจะคบกับใครมากที่สุดก็ผลุดขึ้นมาหลายๆ รอบ แต่ก็ไม่กล้าที่จะถาม

ตอนกลางวัน โทรหาเธอว่าเป็นไงบ้าง ทำอะไรอยู่ รู้สึกเบื่อหรือป่าว ก็จบแค่เพียงนั้น เพราะใจไม่กล้าที่จะถาม.... แต่เพราะตอนเย็น ที่ผมอยากโทรหาเค้า แต่ไม่เธอก็ไม่รับสายเสียที ยิ่งทำให้ผมกดดัน แถมยิ่งวันนี้มานอนอยู่คนเดียวในห้องที่ไม่มีอะไรช่วยผ่อรคลาย ทำให้เครียดและอยากระบายออกมาผ่านการโทรหาเพื่อน(รุ่นพี่) ที่อยากคุยด้วย เพื่อผ่อนคลาย  แต่เรื่องที่พี่เค้าถามดันยิ่งกระตุ้นให้ผมต้องหวนกับมาคิด กับเรื่องความกังวลที่อยู่ในจิตใจซึ่งพร้อมที่จะระเบิดออกมาทุกเมื่อ   น้ำตาบางส่วนซึ่งอยากจะระบายก็เริ่มพลันไหลรินเพราะความกังวล ก็ทำไงได้ละ ดันมากระตุ้นให้คิดออกมา แถมยิ่งมาปนกับเรื่องของพี่ที่รักเหมือนพี่ชายคนนึงที่ไม่สมหวังในความรักกับแฟนของเขาแม้จะร่วมเดินทางและจูงแขนมาด้วย ยิ่งพลันให้กดดัน แต่มันก็ถูกบังคับให้หยุดรินไหลชั่วครู่ เพราะต้องถึงเวลาที่ผมต้องให้พี่คนนั้นเป็นคนป้ายยาที่ตาผม เพราะเป็นโรคตาแห้งและไม่มีน้ำตา 

 

 .....ตั้งใจว่าจะโทรหาเพื่อนที่คุยกันเมื่อครู่ต่อเพื่อระบายความเครียด แต่ก็ฉุดคิดว่าน่าจะโทรหาเธออีกเป็นครั้งที่เจ็ด ด้วยเพราะความโชคดีหรือโชคร้ายของหัวใจที่เธอรับสายผม   และก็เหมือนเดิมที่ผมก็คุยตามปกติเหมือนทุกวัน ทุกเวลา เพื่อถามสาระทุกข์ และสุขเหมือนทุกวันในฐานะคนที่ห่วงใยข้างๆ  แต่เพราะใจที่ติดขัดหรือค้างมานานจากเมื่อกี้ ก็พลันโพล่ง อยากถามเธอโดยไม่คิดว่า เมื่อไหร่จะเป็นแฟนกับผม และเพราะคำนิยามความเป็นแฟนของผมที่ต้งเป้าว่า เราจะได้รู้จักและชัดเจนยิ่งขึ้นกับเธอโดยไม่มีกำแพงบางอย่างมากั้นระหว่างสองใจ ทำให้เธอต้องระบายความรู้สึกออกมาเหมือนกัน 

 

กับเพราะคำว่า หากเธอเป็นแฟนกับผม และถ้าวันนึงหากเราต้องแยกทางเดินกันจะทำให้เข้าหน้าผู้ใหญ่ในแต่ละฝ่ายลำบาก  เป็นได้แค่เพื่อน อาจจะรู้สึกและสนิทใจต่อกันมากกว่า คำว่าแฟน มันช่างทำให้ผมอยากให้โลกหยุดทุกสิ่งทุกอย่างไว้ชั่วขณะ และย้อนเวลาเพื่อให้ผมได้หยุดคิดและทบทวนเรื่องเก่าที่ผมทุ่มเท ข้อผิดพลาดที่พยายามแก้ไข การวางตัวตน หรือการแสดงออกที่มากกว่านี้

 ....... แต่สิ่งที่ผมยังรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยในครั้งนี้คือ ผมเริ่มเตรียมใจกับเรื่องบางอย่างมากขึ้น  ไม่บ้าๆ ที่ต้องหยุดงาน และหยุดทุกอย่างจากสิ่งที่กองอยู่ (แต่ก็ไม่แน่ใจอนาคตข้างหน้าเหมือนกันเพราะวันนี้อยู่ต่างจังหวัดที่ไม่มีอะไระทำ) กับสิ่งที่กล้าที่จะถามเธอว่าคบกับผมแล้วเป็นอย่างไร หรือผมมีข้อเสียอะไร โดยไม่ต้องให้ใครบางคนเป็นผู้ส่งแมสเซสว่าขอเลิกคบกับผม หรือ ฝากให้คนอื่นมาบอกให้ผมฟังว่าทำไมต้องเลิกกัน 

 

น้ำตาที่อยากรินไหลเมื่อชั่วครู่ เริ่มรินไหลอีกครั้ง พูดกับเธออย่างเลื่อนลอยเพราะไม่อยากคิดอะไรให้มากมาย แต่สิ่งนึงที่ทำใจได้และไม่ break กัน ก็คือ เพราะอย่างน้อยเธอก็บอกให้ผมรู้อย่างจริงใจ และคงความเป็นเพื่อนที่รู้ใจคนนึงพร้อมที่จะให้ผมโทรหาได้ทุกวันเหมือนเดิม เพื่อเล่าเรื่องหรือถามสาระทุกข์ หรือสุขได้ทุกเวลา

 ..............................อย่างน้อยก็ต้องขอบคุณกับเธอเหมือนกัน ที่ทำให้ผมได้พยายามตั้งใจที่จะขวนขวายและรวบรวมความกล้ามากยิ่งขึ้น กับคำว่านิยามของคำว่าแฟน และความกล้า

 

 .........สายลมหนึ่ง ผ่านเข้ามาให้หัวใจสองเราได้รู้สึกกับสิ่งบางอย่าง

.........แม้เป็นเพียงสิ่งน้อยนิดให้คำนึง หรือขวนขวายก็ตาม

 .........แม้เป็นเพียงช่วงเวลาที่ไม่เนิ่นนานแต่ให้คุณค่า

.........อย่างน้อยครั้งนี้เราก็ได้เดินก้าวหนึ่งของความกล้าที่จะพูดและเผชิญกับเรื่องบางอย่างในอนาคต

 

 

edit @ 14 Mar 2008 08:32:47 by ตุ๊กตาช่างปั้น

Comment

Comment:

Tweet

ส่งเพลงอย่างน้อยของบิ๊กแอสให้เจ้าของกระทู้**
เรามาฟังกันเถอะ

#4 By Lydia Deetz on 2008-03-21 18:33

รับทราบความรูสึกค่ะ

Ch.Minivet เป็นผู้หญิงก็จริง สมัยยังรุ่นๆก็ รักๆ เลิกๆ เล่นๆ เลือกๆ ไปเรื่อยเปื่อย

แต่พอตอนนี้ เลือกยังงัยก็ไม่ถูกใจ อยู่ไปคนเดียว ท่าจะดีกว่า

... ... ...

ล้มๆ รักๆ เลิกๆ ได้อีกหลายครั้งนะคะ วันนึง ก็จะพบสิ่งที่เป็นของเรา

อาจจะนาน ก็อย่าหมดหวังนะคะ

#3 By Ch.Minivet on 2008-03-17 13:20

จะพยายามครับ และจะไม่ร้องไห้อีก

ขอบคุณสำหรับกำลังจากพี่ชายคนนี้คับ
ไม่อยากบอกว่าเข้าใจความรู้สึกครับ

ลองมองในแง่ดีนะ จากข้อมูลเรื่องแฟนคนที่สองครั้งนี้ทำให้โหน่งก้าวขึ้นมาอีกขั้นคือ การที่ได้เรียนรู้ว่า การที่ผู้หญิงสักคนจะเลือกคนๆนึงมาเป็นแฟนนั้น ไม่ใช่แค่เพียงคนๆนั้นเป็นคนดี คนๆนั้นเป็นคนที่สามารถรับผิดชอบกับครอบครัว แต่คนๆนั้นต้องเป็นคนที่ร่วมสุขและทุกข์ไปด้วยกัน มีความสนุก ความหวาน ความขมปนๆกันไป

แต่สำหรับคนที่เพิ่งไปเป็นเพื่อนกันนั้น พี่บอกได้เพียงว่า บางครั้งมันอาจจะยังไม่ถึงเวลาของการเป็นแฟนกันก็ได้ บางครั้งเราอาจต้องอาศัยความเป็นเพื่อนไปก่อนให้มากกว่านี้ ตอนนี้อาจเร็วไปสำหรับเค้าที่จะตอบเป็นแฟนกับโหน่ง แต่ถ้าโหน่งคิดว่าคนนี้ใช่จริงๆ ก็คอยดูแลคอยห่วงใยเขาไปเรื่อยๆละกัน อย่างน้อยก็ในฐานะเพื่อนที่ดีหรือคนที่เรารู้สึกดีๆกับเค้าไง เรื่องอนาคตก็ปล่อยให้เป็นเรื่องอนาคต ถ้าเรากับเค้าเป็นคู่กันจริงๆ มันก็อาจกลับมาเอง (แต่อย่าคาดหวังมากนะ) เพราะพี่เอง ก็เป็นห่วง ดูแลห่วงใย แฟนเก่าพี่เหมือนกัน ของพี่คงได้ดูแต่ห่างๆ ของโหน่งสามารถดูแลใกล้ๆได้นะ ถ้าตราบใดเค้ายังไม่คอมมิทกับคนอื่น (ถ้าเค้าคอมมิทแล้วก็ต้องถอยออกไปสักก้าว แล้วห่วงแบบห่างๆดีกว่าครับ)

แต่อย่างไรก็ตาม ในระหว่างทางถ้าพบใครสักคนก็ลองเปิดใจศึกษาเขาไปพร้อมๆกันด้วย อย่าปิดกั้นตนเอง โหน่งยังเด็ก ยังสามารถพบใครได้อีกมากมาย พี่เชื่อเหลือเกินว่า ผู้หญิงคนไหนที่ได้แต่งงานกับโหน่งต้องเป็นคนที่โชคดีมากแน่ๆ

เอาใจช่วยน้องชายของพี่เสมอ big smile

#1 By zero (203.155.108.62) on 2008-03-14 10:40