อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้เครียดด้วยกระมัง เลยได้อ่านหนังสือธรรมจากเจ้านายเก่าและเพื่อนๆ ที่หวังดี ความคิดที่ว่าเราเข้าใจเรื่องธรรมว่าเราน่าจะรู้ ก็พบว่าตัวเองไม่ได้อะไรในสมองเกี่ยวกับธรรมเลย  หลังจากอ่านหนังสือธรรมของพระอาจารย์หลายท่านพบว่าตัวเองไม่ค่อยเข้าใจ ก็คงเป็นเพราะว่าความรู้ของเรายังไม่ถึงระดับของท่านจึงไม่มีความรู้และเข้าถึงจริง แต่เพราะโชคหรือปล่าวไม่แน่ใจ ที่เจ้านายเก่าให้หนังสือมาตั้งนึง ของอาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร ทำให้รู้สึกว่า ธรรมะเริ่มเข้าใจได้มากขึ้น สำหรับคนที่คิดเป็น step เกินไป ผมอยากแนะนำให้เพื่อนลองอ่านหนังสืออาจารยื ดร.สนอง ครับผมว่ามีหลักมีการ ค่อยๆอธิบายสำหรับคนที่สมองช้าอย่างผมได้ดีเลยครับ เพราะต้องเป็นขั้นเป็นตอนดี อย่างไรก็ตาม หลังอ่านหนังสือจบ ผมเลยอยาก Share ให้เพื่อนๆ อ่านเหมือนกัน อย่างน้อยเพื่อนๆ ที่มีความเครียดหรือต้องการอะไรบางอย่างจะรู้สึกดีขึ้นมา และตัวเองเผื่อจะได้บุญบ้างเหมือนกัน 555 

ข้อหนึ่ง...สิ่งไหนไม่ดีอย่าให้ออกไปจากตัวเรา ให้มันตายไปกับตัวเรา  ถ้าทำอะไรให้กับคนอื่น เราให้แต่สิ่งดีๆ อย่าให้ใครมาตำหนิได้

=> จำได้เลยครับตอนที่ไปสวนโมกข์ ที่พระอาจารย์ท่านอธิบายรูปภาพเขียนบนเสาในศาลา ซึ่งเป็นรูปที่อธิบายถึงเณรไม่ดีรูปหนึ่งที่ทำความผิดและเพื่อนเณรลงมติที่จะขับไล่แต่ท่านเจ้าอาวาส ห้ามไม่ให้ไล่เณรออกไปโดยให้เหตุผลว่า หากไล่เขาไปแล้วใครจะเป็นคนสั่งสอน ดังนั้นอย่าไล่เขาออกไปจงพยายามที่จะแก้นิสัยเขาให้ดีจะดีกว่า  

ข้อสอง...ความเมตตาไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็นความรัก แต่เป็นความรัก รักแบบไม่มีเงื่อนไข รักแบบไม่ต้องการอะไรตอบแทน รักในฐานะที่เป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกัน

=> แต่ไหนแต่ไรผมมีแต่คำว่าสงสารจนมากเกินไป รักมากจนครั้งเกิดความหลง ผมมีหลงตั้งแต่หลงเพราะว่ารักแบบแฟน หรือหลงคนอื่นจนบางครั้งไม่มีเหตุผลและท้ายที่สุดผมก็เจ็บตัว ทั้งที่เจ็บเพราะเจ็บใจที่เราทำไปหรือทุ่มเทแล้วไม่ได้ดังหวัง  ท้ายที่สุดผมกลับผมว่าจริงๆ แล้วจงรักเขาด้วยความเมตตาจะดีที่สุดเพราะ รักแบบนี้ทำให้เราไม่เคยที่จะหวังผลตอบแทน 

ข้อสาม...เราจงรับฟังทุกคนที่พูด และจงเข้าใจความหมายที่เขาพูดว่าจะสื่อว่าอะไร ไม่ใช่เขาพูดอะไร ไม่ว่าคนนั้นจะพูดมีสาระหรือไร้สาระ

=> จริงๆ เรื่องนี้ผมเริ่มเข้าใจมาสักระยะแล้วครับ เพราะตั้งแต่ผมไปถูกเขาสอบวัดจิตวิทยา ฝึกให้รู้จักบริหารงาน ก็พบว่าเราสนใจแต่คำพูดมากเกินไป ซึ่งจริงๆ แล้วเราควรที่เข้าใจเขาว่าเขาอยากจะบอกอะไรเขา จงมองเขาว่าเขาต้องการบอกอะไรเขา และให้เกียรติเขาจะดีกว่า 

ข้อสี่...ต้องพยายามฝึกจับผิดตัวเอง ตรวจสอบตัวเองเพื่อที่จะรู้จักตัวเอง เมื่อเรารู้จักตัวเองแล้ว เราจะรู้จักคนอื่นได้หมด  

=> ทุกวันนี้คนเราพยายามมองความผิดของคนอื่นมากจนเกินไป จนลืมที่จะมองตัวเองว่าตัวเราเองดีพอหรือยัง และเราจะต้องปรับตัวอะไรบ้าง 

ข้อห้า...ต้องอดทนเป็นโอกาสที่เราได้สร้างขันติบารมี ต้องทำความดีให้มากขึ้นอีก ทำตัวเราให้ดีมากๆ จนเขายอมรับ หากมีอะไรที่ขัดแย้ง ต้องนิ่ง เอาความดีชนะใจ การโต้แย้งเป็นวิถีของเดรัจฉานอย่านำมาใช้

=> ผมเป็นคนนึงที่ไม่ค่อยอดทนหรือใจเย็นกับหลายๆ เรื่อง ผมเคยอ่านบทคำสอนของพระท่านหลายครั้งว่าจง ปิด ในเรื่องที่ปิด อดในเรื่องที่ควรอด และขณะเดียวกัน ก็ต้องเปิดในสิ่งที่ควรเปิด แต่ต้องเลือกให้ถูกเวลา  

ข้อหก...รู้ธรรมแล้วแล้ว ถ้าไม่พยายามเข้าใจเขาถือว่าผิดเพราะเขายังไม่รู้เหมือนเรา ดังนั้นต้องให้เข้าใจและให้อภัย อย่ามองเขาเป็นอุปสรรคหรือปัญหา เขาคือผู้ทดสอบเราต่างหาก

=> อันนี้ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ครับแต่เห็นว่าดี เผื่อเราไปประยุกต์ใช้ได้บ้าง ส่วนสาเหตุที่ยังไม่เข้าใจเพราะ บังเอิญรู้ตัวเองว่ารู้น้อยครับ ต้องปรับอีกเยอะ 

และข้อเจ็ด...เวลาอยู่ในสังคม ครอบครัว หรืองานที่รับผิดชอบ ต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ อย่าให้บกพร่อง อย่าให้ใครตำหนิ เรื่องส่วนรวมมาก่อน เมื่ออยู่ในโลกส่วนตัวจึงค่อยทำ

=> อันนี้ เริ่มรู้และเข้าใจมากขึ้นเพราะช่วงนี้เครียดหลายๆ เรื่องครับ แต่เมื่อถึงจุดๆ หนึ่งผมเชื่อว่าทุกคนทำได้ครับ เพราะมันคืนสู่สามัญจริงๆ ทำให้ดีที่สุด อย่าว่อกแว่ก แล้วเราจะรู้สึกดีเอง จงอย่าเอาเรื่ออื่นๆมาปะปนกัน เพราะมันทำให้จิต ถูกอารมณ์ครอบงำ

Comment

Comment:

Tweet

big smile เวลาอยู่ในสังคม ครอบครัว หรืองานที่รับผิดชอบ ต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ อย่าให้บกพร่อง อย่าให้ใครตำหนิ เรื่องส่วนรวมมาก่อน


จะพยายามครับ

#5 By zero (203.155.108.62) on 2008-03-31 09:41

ได้ข้อคิดดีทีเดียวค่ะ

#4 By LhinKo^_^ on 2008-03-24 09:10

เราเป็นคริสต์งะ

#3 By Mooyong on 2008-03-21 23:13

ปวดหัวเรื่องคนbig smile

#2 By Mooyong on 2008-03-21 23:13

ยากจังค่ะ
.
.
รู้สึกว่าตัวเองบางทีก็นับถือศาสนาแค่เปลือกๆ
.
.
แต่ก็กำลังพยายามอยู่เหมือนกัน... มีสติกับทุกๆเรื่องที่ทำ ทุกอย่างที่เห็น ทุกสิงที่ได้ยิน และทุกคำที่พูด
.
.
พยามอยู่ค่ะbig smile

#1 By ArchmaniaC on 2008-03-21 23:10